ทีมขายตั๋ว?

 

โดย พรรษิษฐ์ วิชญคุปต์

เป็นอีกเกมที่ “เร้าใจ”

เป็นอีกเกมที่เจ็บร้าวใน “หัวใจ”

เป็นอีกเกมที่เหมือนจะเห็นอาการ “ถอดใจ”
เป็นอีกเกมที่สับสน ไม่ “เข้าใจ” อิหยังวะ

นั่นคงเป็นอารมณ์ระคนปะปนของแฟนสิงห์บลู ที่นั่งดู เชลซี เสมอเดือดแบบน่าเขกกบาล 3-3 ให้กับ  เซาแธมป์ตัน

มิใช่เหยียดหยันไม่ให้เกียรติคู่แข่ง ไม่ใช่นักบุญเล่นไม่ดี พูดแบบนั้นก็บ้าแล้ว

เดอะ เซนต์ ทำได้เยี่ยมมากหลังจาม 0-2 เล่นอย่างอดทนไล่คืบกดดันให้ เชลซี เล่นในแดนตัวเองมากขึ้นไม่งั้นมึงก็โยนมา

รอฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของ เชลซี ที่ คู่เซนเตอร์ที่ดูไม่เคยเห็นว่าใครทำหน้าที่อะไร ใครชนใครซ้อนใครสั่งการ ทั้ง อันเดรียส คริสเตนเซน และ เคิร์ต ซูม่า ล้วนเป็นหลักให้กันไม่ได้ยิ่งโดนกดดันก็เริ่มแกว่งแย่ไปกว่านั้น “นักบุญ” แปลงร่างเป็นพญามัจจุราช ทันทีที่ ไค ฮาเวิร์ตซ์ ท้าทายด้วยการพลาดกลางสนาม การลงโทษที่เฉียบคมจึงเกิดขึ้น

เพียงครั้งเดียวก็เป็นประตู

เท่านั้นแหละคู่เซนเตอร์และผู้รักษาประตูที่ไม่รู้ภาษาร่างกายใครแย่กว่ากันเพราะแววตาแต่ละคู่นั้นมันไม่มั่นใจเอาเลย บอลโด่งที่ถามโถมเข้าใส่เล่นเอา ซูม่า ส่งสั้นและหยุดวิ่งราวท้อใจซวยแล้วกู โดนด่าแน่

เกปา ออกรองไม่ทันและลุกลนจนลืมไปว่า ใช้มือปัดป้องได้นี่หว่าในจังหวะวิ่งป้อวงกันตามมาทุกอย่างผสมปนเปจนกลายเป็นประตูที่2

เช่นกันกับจังหวะที่ลุ้นทุกครั้งเมื่อ เซาแฮมปตัน สับไกยิงไม่ว่าระยะไหน ต่อเนื่องด้วยเชลซี ต้องเปิดบอลจากหน้าประตูตัวเอง   กองหลังต่อบอล วิงแบคเปิดไปให้ปีกเล่น กลางสองคนวิ่งยังไงก็ไม่รอดแผนดักขึงตึงพรืด

เพียงเท่านั้นคู่แข่งเขาก็แค่จับปีกไว้ครึ่งหลังก็ขึ้นบอลไม่ได้ ซึ่งก็แปลกว่าทำไมเราไม่เห็นกองกลางลงมาเปลี่ยนเกมล้วงบอลจากเพลย์เซตแบบนั้นหรือมันจะเป็นแผนการที่สั่งตรึงกำลังกันไว้

ความสำเร็จกับฟุตบอลมีหลายองค์ประกอบแต่ผลลัพธ์ของตัวเลขไม่เคยหลอกเรา แม้ปีก่อนจะน่าเห็นใจที่ต้องรับเผือกร้อนคุมทีมเด็ก ไม่สามารถเสริมทีมได้ตามต้องการ แต่ยังจบในสิทธิแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างน่าปรบมือ

ทว่าตัวเลขการเสียประตู เกมละลูกครึ่ง โดนพรุน 63 ประตู จาก43 นับตั้งแต่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เข้ามาทำทีมมันเป็นตัวเลขที่ดูไม่ได้ แม้คุณจะยิงบ้าบอเกมละสองสามลูกก็เถอะ โดนยิงเกมละลูกครึ่งแบบนี้มันเป็นตัวเลขที่แย่ที่สุดของ “สิงห์บลู” ไม่ว่าจะมีโค้ชคนไหนคุมทีมในพรีเมียร์ลีกก็ตาม

ยิงได้เยอะ ได้เห็นความหวังที่สดใสเมื่อ ติโม แวร์เนอร์ ไค ฮาเวิร์ตซ์ ยิงได้ คริสเตียน พูลิซิช และ ฮาคิม ซีเย็ค ได้ลงมาทำผลงานในสนามมีความหวือหวาและคลาสบอลลงตัวมากขึ้น

หากแต่หลังยังเปื่อยยับเหมือนทิชชู่เปียนป่นที่ทำหล่นลงในเครื่องปั่นแบบนี้ แต่ละแต้ม แต่ละเกมช่างเหนื่อยหนัก

เหมา เจ๋อ ตุง กล่าวไว้ "the only real defense is active defense"การป้องกันที่ดีที่สุดคือการป้องกันเชิงรุก บุกแม่งเข้าไป แต่ต้องบอกไว้ว่ามึงบุกอย่างรอบคอบ

George Washington เคยเขียนไว้ในปี 1799: " offensive operations, often times, is the surest, if not the only (in some cases) means of defence" การเปิดฉากรุกครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นที่ดีและแน่นอนที่สุด แม้จะไม่ใช่ทั้งหมดแต่ก็ช่วยการป้องกันได้

หรือว่ามันถึงเวลาแล้วที่ เชลส์ ต้องปรับมุมคิดในเมื่อรับมันห่วยเกินต้านทานไหวแล้วหันมาใช้ปรัชญาแสนดุดัน เกมรุกคือเกมรับที่ดีที่สุด บุกเข้าไปยิงแม่งให้ได้เกมละ 4-5ลูก โดนกลับมาเกมละสองสามลูกไม่เห็นต้องยี่หระ

คำถามคือมีปัญญาทำได้แบบที่ว่าและทำได้ตลอดไหมละ

ไม่อย่างนั้นก็ทำใจรับบททีมหวือหวาที่ทำได้แค่ขายตั๋ว เมื่อไม่ชัวร์ความสำเร็จไม่ต้องพูดถึง เป็นทีมสวยรูป จูบไม่ลง ทำแต้มเมามันแล้วก็พร้อมพังไปทุกเกม นั่นคือสิ่งที่ แลมพ์ และชาวคณะต้องตอบโจทย์นี้ให้แตกไม่อย่างนั้นก็แยกย้ายไปหาอนาคตใหม่ของใครของมัน

ส่วนคู่ขาทองคำ ซูม่า เกปา คงต้องพาไปปรับทัศนคติเพิ่มกำลังใจ เลี้ยงข้าวเช้าสักมื้อพาไปซดต้มเลือดหมู แล้วตะโกนบอกเฮียเจ้าของร้าน เลือดหมู 2 ชาม หัวใจล้วน ปอดไม่ต้อง แถวนี้มีเยอะแล้ว

มันได้เหยียดไม่ได้ซ้ำเพราะบางครั้งฟอร์มแย่ๆไม่ได้แปลว่าไร้ความสามารถแต่แค่ขาดความมั่นใจก็เท่านั้น