เปิดฉาก NBA กับการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประวัติศาสตร์

โดย "เล่าเรื่องวงใน" By แฟนพันธ์แท้ NBA

31 กรกรฏาคมนี้ก็จะเริ่มแล้วสําหรับการแข่งขัน NBA อย่างเป็นทางการ แน่นอนว่ามีการ เปลี่ยนแปลงกันอย่างมากมายหลังจากเกิดการระบาดของโควิด-19 ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการระบาด ของไวรัสตัวนี้ NBA นั้นถือว่าเป็นลีคที่มีรายได้อย่างมากมาย และเป็นลีคกีฬาที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Sport Entertainment เบอร์ต้นๆของโลก ซึ่งมีทุกอย่างเพื่อความบันเทิงของผู้ชมทั้งในสนามและนอก สนามหมด ไม่ว่าจะเป็นจากการขายตั๋วเข้าชมในแต่ละนัด หรือกิจกรรมพักเบรคระหว่างแข่งขัน และ ยังมีสินค้าจําหน่ายต่างๆมากมาย ซึ่งเหล่านี้นั้นนอกจากจะตีเป็นเงินที่เข้าสู่การแข่งขันแต่ละนัด หลายแสนดอลลาร์แล้ว ยังไม่รวมถึงอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่แฝงมาด้วย แต่เหล่านี้จะไม่สามารถ ทําได้แล้ว เพราะในการแข่งขันแบบใหม่ที่ทาง NBA ได้จัดระเบียบมานั้น จะมีรูปแบบใหม่และแนวทาง ใหม่ซึ่งแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ไล่เรียงมาตั้งแต่

ผู้ชมในสนาม

ค่าเฉลี่ยตั๋วของ NBA ในช่วงปีที่ผ่านมาคือ 96.57 เหรียญและคนเข้าชมเฉลี่ย 17,808 ดัง นั้นหมายความว่าในนัดๆนึงแล้วค่าเฉลี่ยคนดูในสนามนั้นทางแต่ละทีมจะได้เงินราวๆนัดละ 1.71 ล้านดอลลาร์ แต่ในกฏใหม่ของลีคมีการระบุชัดเจนว่า “ระงับการเข้าชมในสนาม” นั่นหมายความว่า จะไม่มีผู้คนหลักหมื่นเข้าไปดูในสนามได้เลย ซึ่งจะมีเพียงบรรดาตัวสํารอง ผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือเพื่อน นักบาสบางคนมาดู และนั่นนอกจากจะทําให้ทางทีมนั้นสูญเสียรายได้จากตรงนี้แล้ว มันยังทําให้แรง กระตุ้น พลังของแฟนๆนั้นต่างหาย แม้กระทั่งเลอบรอน เจมส์ถึงกับออกปากเรื่องนี้ว่า “มันยาก เหมือนกันนะที่จะเล่นโดยที่ไม่มีแฟนๆเข้ามาดู เพราะแฟนๆนั้นเป็นแรงกระตุ้นของพวกเราชั้นดีเลย ไม่รู้สิผมไม่เคยเล่นในเกมส์ที่ไม่มีแฟนๆเข้ามาดูเลย” รวมถึงชาคีล โอนีล ที่ตอนนี้ไปเป็นผู้วิเคราะห์NBA ยังบอกด้วยว่า ถ้าทีมที่ได้รับถ้วยแชมป์แล้วคงจะแปลกไปมากแน่ๆ เพราะจะไม่มีแฟนๆร่วมดีใจ หรือร่วมยินดีด้วยเลย

กิจกรรมบันเทิง

ลีคอย่าง NBA เป็นลีคแห่งกิจกรรมตัวพ่อเลยก็ว่าได้ ทุกๆเบรคย่อยหรือทุกๆช่วงพักครึ่งจะ มีกิจกรรมต่างๆมากมาย ไมว่าจะเป็น การแจกเสื้อหรือของที่ระลึกให้กับคนชม รวมถึงกิจกรรม ต่างๆมากมาย อาทิ การแสดงช่วงพักครึ่งที่เรียกเสียงโชว์ หรือการเล่นกับคนดูของแมสคอตแต่ละ ทีมที่เรียกเสียงฮา และความกวนประสาทได้อย่างดี นั่นยังไม่รวมกับกิจกรรมก่อนเกมส์ที่มักจะให้ เด็กๆหรือเยาวชนที่โชคดีเข้าไปหานักบาสเกตบอล แต่สิ่งเหล่านี้ในการแข่งขันในช่วงบับเบิ้ลนี้จะไม่มี ซึ่งอดัม ซิลเวอร์นั้นประกาศชัดเจนว่า “เราจะไม่มีกิจกรรมบันเทิงใดๆทั้งสิ้น เพื่อเป็นการรักษาระยะ

ห่างและเพื่อป้องกันทุกๆอย่างตามมาตรการของกระทรวงที่ออกมา” ทําให้ทุกอย่างที่เป็นความ บันเทิงที่เราเคยเห็นจะไม่มีในการแข่ง NBA นี้แน่นอน

แต่ความบันเทิงที่ NBA นั้นจัดเข้ามาเพิ่มเติมที่พออาจจะช่วยได้บ้างก็คือ การใส่จอ LED บริเวณข้างสนามและหลังสนาม ซึ่งจะเป็นการฉายภาพคนดูที่ทาง NBA นั้นให้เข้ามาดูออนไลน์และ ดึงภาพคนเชียร์เข้ามา เสมือนว่ามาดูในสนาม (แม้ว่าจะไม่ได้มาก็ตาม) ซึ่งจอ LED นี้นอกจากจะฉาย ภาพคนดูแล้ว ยังเปลี่ยนไปมาตัดสลับกับสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆได้ และนอกจากนั้นทาง NBA ยังได้ เตรียมลําโพงเสียงกระหึ่มไว้อีกด้วย ซึ่งจะมีการเปิดเสียงเชียร์และภาพเชียร์ของแต่ละทีมอีกด้วย ซึ่ง แม้ว่าจะเป็นแนวทางใหม่ แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดีของลีคเลยทีเดียว

เอาทีมเข้ามา 22 ทีมเท่านั้น

ใน NBA ทีมทั้งหมดนั้นมี 30 ทีมแต่ในการนําทีมที่จะเข้ามาในบับเบิ้ลนั้นทาง NBA เลือกมา เพียงแค่ 22 ทีมเท่านั้น โดยแบ่งเป็นสายตะวันออก 9 ทีมและตะวันตก 13 ทีม ที่ต้องเป็น 22 ทีมก็ เนื่องมาจากทีมเหล่านี้นั้นมีโอกาสลุ้นเพื่อเข้ารอบเพลย์ออฟ ซึ่งจากทีมในตะวันออกนั้นตอนนี้การัน ตีเข้ารอบเพลย์ออฟแล้ว 6 ทีม จึงเหลือที่ว่าง 2 ทีม และมี 3 ทีมที่มีลุ้นเข้ารอบเพลย์ออฟคือ บรู๊ค ลิน เน็ตส์, ออแลนโด้ แมจิค และวอชิงตัน วิซาร์ด ส่วนสายตะวันตกนั้นตอนนี้ทีมที่การันตีรอบเพลย์ ออฟมี 6 ทีมเหลือที่ว่าง 2 ทีมเช่นเดียวกัน ซึ่งจะขับเคี่ยวกัน 7 ทีมนั้นคือ ดัลลัส มาเวอร์ริค, เมมฟิส กริซลีย์, พอร์ทแลนด์ เทรลเบลเซอร,์ นิวออร์ลีน เพลิแกน, ซาคราเมนโต้ คิงส์, ซานอานโท นิโอ สเปอร์ส และฟีนิกซ์ ซันส์ แน่นอนว่าจะเป็นการขับเคี่ยวกันที่สนุกสนานแน่นอน โดยเฉพาะทีมที่ ต้องการชิงพื้นที่อันดับ 7 และ 8

แต่ในทีมที่ไม่ได้ถูกเชิญเข้ามาในแคมป์นี้มี 8 ทีมนั้นก็กําลังที่จะมีการเจรจากับทาง NBA ว่า จะขอให้มีการแข่งขันที่เรียกว่า “มินิแคมป์” ซึ่งจะเป็นการแข่งขันกันเอง ซึ่งแน่นอนว่าการแข่งนี้มุ่ง

 

ประเด็นไปที่การอุ่นเครื่องของผู้เล่น และคาดหวังรายได้จากการถ่ายทอดสดทั้งทางแพลตฟอร์ม โทรทัศน์และออนไลน์ เพื่อเก็บเม็ดเงินเข้าทีมกันด้วย แต่ทั้งนี้ทาง NBA ก็ยังไม่ได้อนุมัติหรือ กําหนดการแข่งขันมินิแคมป์แต่อย่างใด

โซเชี่ยลดิสแทนซิ่งภายในทีม

แน่นอนว่าการแข่งขันครั้งนี้ไปเก็บตัวทุกคนในดิสนีย์เวิร์ล ซึ่งบังคับให้แต่ละคนนั้นสามารถ ส่งรายชื่อไปได้ทีมละ 35 คน ทั้งผู้เล่น ผู้เกี่ยวข้องรวมถึงสต๊าฟด้วย ซึี่งทาง NBA นั้นจัดที่พักให้ใน ดิสนีย์เวิร์ลที่ในนั้นมีโรงแรม 3 แห่งขนาดใหญ่ไว้คอยบริการ แน่นอนว่าด้านหน้าโรงแรมนั้นมีทะเล สาปไว้ให้ล่องเรือ ตกปลากันเพลินๆด้วย แต่ในการจัดการแข่งขันนี้ทาง NBA ก็คํานึงหลายสิ่ง หลายอย่างเช่นกัน ซึ่งอดัม ซิลเวอร์ได้บอกว่า “เราจะนําหลักการโซเชี่ยลดิสแทนซิ่งเข้ามาใช้ เพื่อให้ สอดคล้องกับมาตรการของประเทศในการป้องกันโคโรน่าไวรัส” ซึ่งการจํากัดระยะห่างของ NBA นี้ จะเป็นสิ่งแปลกใหม่มาก ผู้เล่นสํารองจะมีเก้าอี้ที่เว้นระยะห่างกันราวๆเมตรครึ่ง และมีที่ใส่นํ้าดื่มส่วน ตัวของตนเองและผ้าเช็ดตัวของแต่ละคน รวมถึงสต๊าฟโค้ชนั้นจะแบ่งเป็น 3 แถว ซึ่งแถวหน้าจะต้อง สวมแมสก์ปิดปากกันด้วย (แต่น่าแปลกที่แถวหลังนั้นไม่ต้องสวมใส่) นั่นทําให้ระยะห่างและพื้นที่ของ แต่ละทีมที่จะใช้นั้นจะกินวงกว้างมาก เรียกได้ว่าเกือบๆครึ่งสนามเลยก็ว่าได้ รวมถึงโต๊ะกรรมการ กลางจะมีกําแพงใสกั้น เพื่อป้องกันละอองนํ้าลายจากผู้เล่นหรือจากผู้ตัดสิน

เหล่านี้ก็เป็นส่วนเบื้องต้นที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประวัติศาสตร์ครั้งนึงใน NBA เพราะ เหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นใน NBA มาก่อนเลย แม้ว่าหลายคนจะบอกว่าขาดอรรถรสในการชมอย่าง แน่นอน แต่หลายคนก็ออกมาชมอดัม ซิลเวอร์ คอมมิชชันเนอร์ของ NBA ที่มีการตัดสินใจที่รวดเร็ว และเด็ดขาดมาก ไม่ว่าจะเป็นสั่งระงับซีซั่นการแข่งขันอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดในลีคกีฬาโลก เลย และเริ่มช้าที่สุด เพราะต้องการคิดและทําทุกอย่างให้รอบคอบเพื่อให้ผู้เล่นนั้นปลอดภัยที่สุด

แน่นอนว่าเมื่อ NBA กลับมาแข่งขันกันได้แล้ว ชมการถ่ายทอดสดกันได้ที่ true visions เช่นเคย เริ่ม วันที่ 31 กรกฏาคมนี้เป็นต้นไป