คอลัมน์สอยคิว

โดย "พี่เสือ เสียงบาดใจ"

ตำนานของ ครูซิเบิล เธียร์เตอร์

มาช้ายังดีกว่าไม่มา สนุ้กเกอร์ชิงแชมป์โลก 2020 ที่ครูซิเบิล เธียร์เตอร์ ได้ฤกษ์เปิดเฟรมกันแล้ว

ปีนี้รายการที่เป็นที่สุดแห่งวงการสอยคิว ถูกเลื่อนมาจากกำหนดเดิมที่ปกติจะต้องแข่งเดือนเมษายนต่อพฤษภาคม แต่จากวิกฤติการณ์ไวรัสโควิด-19 ทำให้เลื่อนมาเป็นเดือนกรกฎาคมต่อสิงหาคม

แต่ไม่ว่าจะแข่งเดือนไหน เวลาไหน สนุ้กเกอร์ชิงแชมป์โลก ก็ยังคงเป็นรายการที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังเช่นเดิม

 

 

ขึ้นชื่อว่าชิงแชมป์โลกก็บ่งบอกในตัวมันเองแล้วว่านี่คือรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นักสอยคิวชั้นนำทุกคนล้วนแล้วแต่อยากจะได้ชื่อว่าเป็นแชมป์โลกสักครั้ง

หรือถ้าเป็นมือที่ไม่ได้แกร่งมากนัก ก็อยากจะขอผ่านรอบคัดเลือกเข้าไปเหยียบ ครูซิเบิล เธียร์เตอร์ สักครั้งในชีวิตก็ยังดี

ทำไมต้อง ครูซิเบิล เธียร์เตอร์

ครูซิเบิล เธียร์เตอร์ หรือจะเรียกสั้นๆว่า ครูซิเบิล ก็ได้ เป็นโรงละครตั้งอยู่ในเมือง เชฟฟิลด์ , อังกฤษ

ครูซิเบิล เปิดใช้งานในปี 1971 แต่เริ่มต้นใช้จัดสนุ้กเกอร์ชิงแชมป์โลกครั้งแรกในปี 1977 แล้วก็จัดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

จริงๆแล้วสนุ้กเกอร์ชิงแชมป์โลกไม่ใช่ว่าจะเพิ่งมีครั้งแรกในปี 1977 แต่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลปี 1927 โน่น

ทว่าสมัยก่อนการแข่งขันไม่ได้มีความต่อเนื่อง ไหนจะติดปัญหาเรื่องสงครามโลกบ้างอะไรบ้าง แล้วก็ย้ายสถานที่จัดการแข่งขันไปเรื่อยไม่มีหลักแหล่ง

กระทั่งปี 1977 สนุ้กเกอร์ชิงแชมป์โลก มาลงหลักปักฐานที่ ครูซิเบิล ทำให้รายการดูเป็นอาชีพอย่างจริงๆจังๆ แล้วก็ลากยาวมาถึงปัจจุบัน

ครูซิเบิล กลายเป็นสังเวียนศักดิ์สิทธิ์ของวงการสอยคิว เป็นสถานที่ๆทุกคนใฝ่ฝันจะมาเหยียบให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต

อย่างไรก็ตาม ครูซิเบิล เคยถูกตั้งคำถามว่าจะเป็นสนามที่ใช้จัดสนุ้กเกอร์ชิงแชมป์โลกไปได้นานแค่ไหน เพราะสนามมีขนาดเล็ก

ความจุของ ครูซิเบิล อยู่ที่ 1,000 คน เรียกว่าเล็กมากเมื่อเทียบกับ อารีน่า จัดการแข่งขันกีฬาทั่วไปที่ต้องเป็นระดับหมื่นคนทั้งสิ้น แถมยังมีช่วงที่โดนแรงดึงดูดจาก จีน หวังใช้พลังเงินกระชากรายการชิงแชมป์โลกไปจัดบนแผ่นดินมังกร

 

ถึงยังงั้น เวิล์ดสนุ้กเกอร์ ที่รับหน้าที่ดูแลการแข่งขันสนุ้กเกอร์ทั้งหมด ก็ยังยืนกรานว่าสนุ้กเกอร์ชิงแชมป์โลก ยังไงก็ต้องที่ ครูซิเบิล เท่านั้น แล้วก็จะให้อยู่ที่นี่ตลอดกาลด้วย

ตำนานนักสอยคิวเกิดขึ้นที่ ครูซิเบิล มากมาย

"เทพบุตรคิวทอง" สตีฟ เดวิส คือเจ้าพ่อของ ครูซิเบิล ในยุคบุกเบิก เดวิส กวาดแชมป์ไปถึง 6 สมัย จาก 13 ปีแรกที่สนุ้กเกอร์ชิงแชมป์โลกโยกมาแข่งที่ ครูซิเบิล

เดวิส ถือครองสถิติแชมป์โลกสูงสุด 6 สมัยเทียบเท่ากับ เรย์ เรียร์ด้อน ในยุค modern

คำว่ายุค modern ก็หมายถึงการที่สมัยก่อนสนุ้กเกอร์และกีฬาอื่นๆการจัดการแข่งขันชิงแชมป์แต่ละปีอาจจะเกิดจากการเชิญ แชมป์เก่าพบผู้ท้าชิง ทำให้การได้แชมป์มันก็ไม่ยากแค่ชนะคู่แข่งเพียงคนเดียว

แต่สมัยใหม่หรือยุค modern การแข่งขันดูเป็นรูปเป็นร่าง มีผู้เข้าแข่งขันจำนวนหนึ่ง แล้วก็มีการวางระบบอย่างเป็นทางการ โดยยุค modern ของสนุ้กเกอร์เริ่มต้นในปี 1969

ถัดจากยุคของ เดวิส ก็เข้าสู่ช่วงเวลาของ "มัจจุราชผมทอง" สตีเฟ่น เฮนดรี้

เฮนดรี้ ผู้ที่มีความเลือดเย็นยิ่งกว่าใคร ผงาดทำลายสถิติแชมป์โลกสูงสุดของ เดวิส และ เรียร์ด้อน จัดการฟาดแชมป์ไปถึง 7 สมัย สูงที่สุดในปัจจุบัน

 

ถ้า เฮนดรี้ คือแชมป์ตลอดกาล จิมมี่ ไวท์ ก็คือรองแชมป์ตลอดกาล เพราะเขาเป็นรองแชมป์โลกถึง 6 สมัย ไม่เคยไปถึงแชมป์สักครั้งเดียว แล้ว 4 จาก 6 สมัยที่ได้รองแชมป์ของ ไวท์ เกิดจากการแพ้ให้กับ เฮนดรี้ ในรอบชิง

แล้วก็มาถึงยุคเปลี่ยนสหัสวรรษวงการสนุ้กเกอร์โลกได้ต้อนรับ 3 ทหารเสือที่รับไม้ต่อจาก เฮนดรี้ ที่โรยราลงไป

จอห์น ฮิกกิ้นส์ , มาร์ค เจ วิลเลี่ยมส์ และ รอนนี่ โอซัลลิแวน 3 ตัวแทนจาก 3 ประเทศ สกอต์แลนด์ , เวลส์ และ อังกฤษ

ทั้ง 3 คนสลับหน้ากันได้แชมป์โลกในช่วงปลายยุค 90 ต่อยุค 2000 แต่ละคนก็ได้แชมป์โลกอย่างน้อยคนละ 3 สมัยทั้งหมด แล้วที่น่าประทับใจคือทุกวันนี้ทั้ง 3 ยังคงยืนหยัดอยู่ในทัวร์

ขณะที่กลุ่มล่าสุดของที่ขึ้นมาเขย่าเวที ครูซิเบิล ก็คือรุ่นปัจจุบันประกอบไปด้วยพวก นีล โรเบิร์ตสัน , มาร์ค เซลบี้ และ จัดด์ ทรัมป์

ตอนที่ได้แชมป์โลกเมื่อปี 2010 โรเบิร์ตสัน ทำให้กีฬาสนุ้กเกอร์ดังระเบิดใน ออสเตรเลีย แล้วก็เป็นการประกาศว่าคนจากทวีปอื่นๆก็เชี่ยวชาญด้านสอยคิวได้

สนุ้กเกอร์ ไม่ได้เพิ่งจะมาบูมในต่างแดนหลังการได้แชมป์ของ โรเบิร์ตสัน เพราะจริงๆแล้วกีฬาสอยคิวมาเปรี้ยงปร้างในเอเชียตั้งแต่ยุค 90 ต้องขอบคุณชายที่ชื่อว่า เจมส์ วัฒนา

"ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" หรือ วัฒนา ภู่โอบอ้อม สร้างความประหลาดใจให้พวกฝรั่งต้องตาค้างว่าผู้คนจากเอเชียก็มีความสามารถไม่แพ้ฝรั่งมังค่า

ต๋อง ไปอาละวาดในวงการสอยคิวโลกตั้งแต่ยุค 90 รุ่นเดียวกับ เฮนดรี้ , ไวท์ , จอห์น แพร์รอต , ปีเตอร์ เอ็บด้อน และ เคน โดเฮอร์ตี้ พวกนี้

ฝีไม้ลายมือของ ต๋อง ยอดเยี่ยมจนได้รับฉายาจากฝรั่งว่า "ไทย ทอร์นาโด" เคยขึ้นไปถึงมือ 3 ของโลก แล้วก็ฝากผลงานไว้ด้วยการเข้าไปถึงรอบรองชิงแชมป์โลก 2 สมัย ปี 1992 และ 1997

ผลงานของ ต๋อง เป็นใบเบิกทางไม่ใช่แค่กับนักสอยคิวไทย แต่ยังเป็นนักสอยคิวทั่วเอเชีย ที่ใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งจะต้องไปเล่นอาชีพแบบ ต๋อง ให้ได้

นับจากนั้นนักสอยคิวเอเชียก็พาเหรดกันเข้าสู่วงการสอยคิวโลกเป็นขบวนโดยเฉพาะจาก จีน

ที่เปรี้ยงที่สุดคือ ติง จุนฮุย ซึ่งเคยขึ้นไปถึงมือ 1 ของโลกมาแล้วเมื่อปี 2014 แล้วก็เคยเข้าชิงแชมป์โลกเมื่อปี 2016 แต่ได้แค่รองแชมป์แพ้ มาร์ค เซลบี้

ในส่วนของนักสอยคิวไทยนอกจาก ต๋อง ที่ไปลุย ครูซิเบิล ถึง 13 ครั้ง แล้วก็มีอีก 4 คนที่ไปปรากฏตัวที่ ครูซิเบิล ได้

"ต่าย พิจิตร" ชูชาติ ไตรรัตนประดิษฐ์ เข้าไปปี 1995 แพ้ วิลลี่ ธอร์น ตกรอบแรก

เมื่อพ้นจากยุคของ ต๋อง และ ต่าย คนไทยต้องรอกันยาวนานกว่าจะได้เชียร์แบบมันส์ๆใน ครูซิเบิล อีกครั้ง

"แจ็ค สระบุรี" เดชาวัต พุ่มแจ้ง เข้าไปปี 2013

แจ็ค ยังไม่ได้แค่เข้าไปเฉยๆ แต่ยังเก็บชัยชนะได้ด้วย จัดการล้ม สตีเฟ่น แม็คไกวร์ ในรอบแรก ชนิดต้องลุ้นถึงเฟรมสุดท้าย จากนั้น แจ็ค เสร็จให้กับ ไมเคิล ไวท์ ในรอบ 16 คน

แล้วก็มาถึงรุ่นปัจจุบัน "หมู ปากน้ำ" นพพล แสงคำ แหกด่านเข้าไปเล่นที่ ครูซิเบิล ได้เมื่อปี 2017

หมู สู้เต็มที่ก่อนแพ้ให้กับ นีล โรเบิร์ตสัน ตกรอบแรก

มาปีนี้ หมู ทะลุเข้าไป ครูซิเบิล ได้เป็นครั้งที่ 2 จะพบกับ ชอน เมอร์ฟี่ ในรอบแรก

"เอฟ นครนายก" เทพไชยา อุ่นหนู ผ่านรอบคัดเลือกเข้าไป ครูซิเบิล ได้ 3 ปีติดต่อกัน

ปี 2018 เอฟ พบ จอห์น ฮิกกิ้นส์ แล้วก็สู้ได้ดี ก่อนจะแพ้ไปแบบสนุก

ที่น่าเสียดายกว่าคือปี 2019 เอฟ พบ จัดด์ ทรัมป์ ซึ่ง เอฟ ขึ้นนำมาตลอดทาง แต่มาแพ้เฟรมสุดท้ายตกรอบไปแบบสุดช้ำ แล้วภายหลัง ทรัมป์ ก้าวต่อไปคว้าแชมป์โลกด้วย

ส่วนปีนี้ เอฟ เจอกระดูกชิ้นโตอีกครั้ง พบ รอนนี่ โอซัลลิแวน

รวมเบ็ดเสร็จทั้งหมดไทยเคยมีนักสอยคิวไปเล่นที่ ครูซิเบิล ทั้งหมด 5 คน โดยมี 2 คนที่เก็บชัยชนะได้คือ ต๋อง และ แจ็ค

ปีที่มีคนไทยเข้าไปพร้อมกันมากกว่า 1 คนคือปี 1995 และปีนี้

มาร่วมกันส่งแรงใจเชียร์ หมู ปากน้ำ และ เอฟ นครนายก ให้เขย่าวงการสอยคิวโลกที่ ครูซิเบิล ปีนี้กัน ถ่ายทอดสดตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม ถึง 16 สิงหาคม ทางทรูวิชั่นส์ ช่อง ทรูสปอร์ต เอชดี , ทรูสปอร์ต เอชดี 3 และ ทรูสปอร์ต 7