5 เรื่องราวที่คุณอาจยังไม่เคยรู้ ก่อนเป็นภาพยนตร์เรื่อง Steve Jobs

ยังคงสร้างความตื่นเต้นให้กับสาวกได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับ Apple กับการเปิดตัว iPhone 13 เจเนอเรชั่นล่าสุดของสมาร์ทโฟนที่หลายคนตั้งตารอคอย ถึงแม้หลายคนจะรู้สึกเสียดายที่หลังๆ มานี้ ไม่ค่อยได้เห็นแอปเปิลโชว์นวัตกรรมอะไรให้ฮือฮา เหมือนตอนที่สตีฟ จ็อบส์ อดีตพ่อมดแห่งวงการไอทียังมีชีวิตอยู่ แต่ความเชื่อมั่นในแบรนด์ที่ยังคงมีอยู่เต็มหัวใจ ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาตัดสินใจควักกระเป๋าซื้อสินค้ารุ่นใหม่โดยไม่ลังเล

แน่นอนว่ากว่าแอปเปิลจะประสบความสำเร็จจนกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอทีได้แบบทุกวันนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความอัจฉริยะของสตีฟ จ็อบส์ อดีตผู้ปลุกปั้นแบรนด์ ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ กล้าทำลายกรอบความคิดเดิม นำเสนอนวัตกรรมใหม่ออกสู่ตลาดให้ผู้คนได้ตื่นตาตื่นใจ จนทุกคนพร้อมใจกันยกย่องเขาเป็น “ศาสดาแห่งโลกไอที” มาจนถึงทุกวันนี้

แต่กว่าเขาจะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ และพาให้บริษัทของเขาประสบความสำเร็จได้จนถึงทุกวันนี้ เบื้องหลังของการทำงานแต่ละวันนั้นกลับเต็มไปด้วยความกดดัน เคร่งเครียด อันนำไปสู่จุดแตกหักของอารมณ์ ซึ่งเราจะได้รับชมกันอีกครั้งใน “Steve Jobs” ทางช่อง True Film HD 2 (136/223) อาทิตย์ที่ 26 กันยายน เวลา 20.00 น. นี่คือ 5 เรื่องราวอันแสนวุ่นวายก่อนการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน

 

1. ภาพยนตร์เรื่องนี้เกือบกลายเป็นหนังดราม่าหนักๆ เนื่องจากโปรเจ็คท์เริ่มต้นเคยอยู่ในมือของผู้กำกับเจ้าพ่อฟิล์มนัวร์ เดวิด ฟินเชอร์ (Se7en, Fight Club, Gone Girl) มาก่อน แต่เขากลับถูกสตูดิโอปฏิเสธเนื่องจากข้อเรียกร้องที่มากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นค่าเหนื่อยจำนวน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ การขอเป็นผู้ควบคุมการสื่อสารทางการตลาดแบบเบ็ดเสร็จ รวมถึงการรื้อทีมผู้ร่วมงานทั้งหมด ทำให้สตูดิโอยื่นข้อเสนอให้ แดนนี่ บอยล์ (Trainspotting, Slumdog Millionaire, 127 Hours) มานั่งเก้าอี้ผู้กำกับแทน

 

2. ตอนที่โปรเจ็คท์ยังอยู่ในมือของฟินเชอร์ เขาเคยทาบทามให้คริสเตียน เบล มารับบทสตีฟ จ็อบส์ กระทั่งสตูดิโอได้ปฏิเสธข้อเสนอของฟินเชอร์ ทำให้ชื่อของเบลถูกถอดออกไปด้วย สตูดิโอได้ยื่นข้อเสนอไปยังลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ แต่ก็ได้รับการปฏิเสธเนื่องจากหนุ่มลีโอกำลังสนใจแสดงภาพยนตร์เรื่อง The Revenant ของผู้กำกับ อาเลฆันโดร กอนซาเลซ อิญญาร์ริตู สตูดิโอจึงหันไปทาบทามไปยังแบรดลีย์ คูเปอร์ ก่อนจะกลับมาที่คริสเตียน เบล อีกครั้ง และถูกปฏิเสธจากเขาในท้ายที่สุด สตูดิโอจึงยุติความพยายามและเลือกไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ จากการเสนอของแดนนี่ บอยล์ ในเวลาถัดมา

 

3. การคัดเลือกตัวนักแสดงดูเหมือนจะจบลงด้วยดี แต่กลับมีข่าวหลุดออกมาจากวงในว่า แอรอน ซอร์กิน นักเขียนบทภาพยนตร์เจ้าของรางวัลออสการ์ จาก The Social Network ยื่นข้อเสนอกับโปรดิวเซอร์ ให้พิจารณานักแสดงคนใหม่ ที่ไม่ใช่ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ โดยอ้างว่าเขาไม่รู้จักว่านักแสดงคนนี้คือใคร! และยังเสนอให้สตูดิโอพิจารณาทอม ครูซ มารับบทสตีฟ จ็อบส์ อีกด้วย สุดท้ายเมื่อสตูดิโอตัดสินใจเลือกไมเคิล แอรอนก็ยังแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน

 

4. นอกจากความวุ่นวายภายในทีมงานแล้ว ลอรีน พาวเวลล์ จ็อบส์ ภรรยาของสตีฟ จ็อบส์ ก็ยังเปิดเผยผ่านสื่อว่าเธอไม่ต้องการให้มีการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ เธอติดต่อไปยังเพื่อนสนิทในวงการของจ็อบส์หลายคนเพื่อรวมตัวกันคัดค้านการนำภาพยนตร์ออกฉาย (รวมถึงข่าวลือว่าเธอโทรตรงไปยังคริสเตียน เบล และลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ขอร้องให้ปฏิเสธการรับบทในหนังเรื่องนี้) โดยให้เหตุผลว่าต้นฉบับจากหนังสือ Steve Jobs ที่แต่งโดย วอลเตอร์ ไอแซคสัน เขียนให้สามีเธอดูเป็นคนอารมณ์รุนแรงเกินจริง ทั้งยังลดทอนความสำเร็จที่สามีเธอเป็นผู้ริเริ่มอีกด้วย ซึ่งหลังจากภาพยนตร์ออกฉายไม่นาน ทิม คุก ประธานบริหารคนปัจจุบันของแอปเปิล ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่สอดคล้องกับลอรีนว่า “ชายคนที่ผมรู้จัก ไม่ใช่ชายที่คุณเห็นกันในหนังเรื่องนั้นอย่างแน่นอน”

 

5. ความพยายามอย่างยิ่งในการสร้างเรื่องราวให้สมจริง ทำให้ทีมงานต้องเดินทางไปถ่ายทำยังโลเคชั่นจริง ด้วยการแนะนำของสตีฟ วอซเนียก ผู้ก่อตั้งร่วมของแอปเปิล ทำให้ทีมงานได้ถ่ายทำที่โรงรถ อันเป็นจุดกำเนิดของแอปเปิล ในเมืองลอสแอนเจลิส และฟลินท์ เซ็นเตอร์ ฟอร์ เดอะ เพอร์ฟอร์มิง อาร์ตส์ เมืองคูเปอร์ติโน่ อันเป็นสถานที่ที่สตีฟ จ็อบส์ ใช้เปิดตัวเครื่องแมครุ่นแรกในปี 2527

รับชมและประทับใจกับภาพยนตร์เรื่องเยี่ยม "Steve Jobs" เจ้าของ 2 รางวัลลูกโลกทองคำ ปี 2016 ที่หลายคนยังคิดถึง ได้พร้อมกันอีกครั้ง วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายนนี้ 20.00 น. ทางช่อง True Film HD 2 (136/223)