Ryder Cup Preview by กิตติศักดิ์ ชลศึกษ์ 

 

กำลังจะเปิดฉากแล้วสำหรับการแข่งขันกอล์ฟประเภททีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกกับ Ryder Cup ครั้งที่ 43 ซึ่งครั้งเป็นครั้งที่ 2 ที่ Ryder Cup และ Solheim Cup มาจัดในปีเดียวเพราะการระบาดของโคโรน่าไวรัสในปี 2019 แต่เป็น “ครั้งแรก” ที่จัดตรงกันและในประเทศเดียวกัน ดังนั้นแฟนกอล์ฟชาวอเมริกันก็ได้ไปเชียร์ทีมของตนแบบติดขอบสนามอีกครั้ง ซี่งเชื่อว่าแฟนกอล์ฟเจ้าถิ่นจะส่งเสียงเชียร์และให้การสนับสนุนทีมสหรัฐฯเต็มที่แน่นอน เพราะทีม Solheim Cup ของสำหรัฐฯเพิ่งแพ้ทีมยุโรปมาแบบฉิวเฉียด

เริ่มต้นจากสนามกอล์ฟที่ใช้แข่งขัน นั่นคือ Whistling Straits สนามนี้ออกแบบโดย Pete และ Alice Dye ผู้ที่สร้างผลงานระดับโลกไว้มากมาย พวกเขาเนรมิตพื้นที่ราบริมทะเลสาบมิชิแกน ให้กลายเป็นสนามที่มีลักษณะเหมือน Links Course ในเกาะอังกฤษแบบเหลือเชื่อ ที่ผ่านมาที่นี่เคยจัดการแข่งขันเมเจอร์อย่างPGA Championship มา 3 ครั้ง (ปี 2004, 2010 และ 2015) ซึ่งนักกอล์ฟที่มีผลงานดีที่นี่มักจะเป็นนักกอล์ฟตีไกลทั้งนั้น และเคยเป็นสนามที่ยาวที่สุดในการแข่งขันเมเจอร์มาแล้ว ซึ่งสามารถทำระยะรวมจากแท่นทีหลังสุดได้ถึง 7,790 หลา สำหรับ Ryder Cup ครั้งนี้จะเป็น Par 71 ระยะรวม 7,390 หลา จุดเด่นที่เห็นชัดเจนของสนามนี้คือมีหลุมทรายมากมายมหาศาล ซึ่งเคยมีคนเอาภาพถ่ายทางอากาศมานับจำนวนหลุมทราย ซึ่งต้องใช้เวลานับนานถึง 11 ชั่วโมง ถึงจะพบว่าที่นี่มีทรายมากถึง 967 หลุม (ซึ่งเล่น 18 หลุมแล้วไม่ตกทรายเลยจะถือว่าเป็นยอดมนุษย์ตัวจริง) อีกอุปสรรคที่ท้าทายคือ ลม เพราะที่นี่ลมแรงสมชื่อสนามจริงๆ (แบบนี้ทีมยุโรปอาจจะคุ้นเคยมากกว่าก็เป็นได้)

 

ส่วนเรื่องของทีม เริ่มจากทีมสหรัฐอเมริกา เจ้าภาพที่นำโดยกัปตัน Steve Stricker ผู้ซึ่งเคยมีประสบการณ์ในการนำทีมแข่งขันแบบแมทช์เพลย์แบบนี้มาแล้ว เพราะเคยเป็นกัปตันทีม US President Cup ในปี 2017 มาก่อนด้วยประสบการ์ของการคุมทีมในแมทช์เช่นนี้อาจจะทำให้ Stricker สามารถวางการเตรียมสนาม และเลือกลูกทีมสำหรับการเล่นที่แตกต่างกันได้ ในตัวผู้เล่นนั้นครั้งนี้ทีมสหรัฐฯถือว่ามีนักกอล์ฟชื่อชั้นที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์รายการเลย เพราะใน Top 10 ของโลกเป็นนักกอล์ฟสหรัฐฯมากถึง 8 คนและใน Top 15 ก็มีมากถึง 10 คน แล้วทุกคนก็ติดทีมนี้ด้วย

อาจจะมีแค่การจับคู่เป็นเรื่องที่ท้าทายกัปตันทีมอยู่บ้าง เพราะทีมสหรัฐฯไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่นัก ที่สนิทแบบซี้ปึ๊กก็มี Justin Thomas และ Jordan Spieth ที่เคยเล่น Junior Ryder Cup มาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ ส่วน Bryson DeChambeau ก็เหมือนจะไม่ค่อยกินเส้นกับนักกอล์ฟบางคน อันนี้เป็นหน้าที่อันท้าทายของกัปตันทีมในการที่จะผสมผสานให้ลงตัว
 

โดยเฉพาะเมื่อทีมนี้มีผู้เล่น Rookie มากถึง 6 คน  ดังนั้นอันดับโลกที่ได้เปรียบเมื่อเทียบกับประสบการณ์การแข่งรายการนี้ก็ทำให้ทีมสหรัฐฯดูจะได้เปรียบไม่มากนัก แต่สำหรับเสียงเชียร์ของแฟนกอล์ฟเจ้าถิ่น ซึ่งเชื่อว่าดังกระหึ่มแน่นอน อาจจะเป็นจุดหนึ่งซึ่งสร้างความฮึกเหิมให้ทีมสหรัฐฯก็เป็นได้อย่างสูง

 

ทีมยุโรปนั้นนำโดย Padraig Harrington ที่มาพร้อมกับสถิติที่สวยงามของทีมยุโรปในช่วงหลัง เพราะ 5 ครั้งล่าสุดนั้นทีมยุโรปชนะไปได้ถึง 4 ครั้งหรือนับตั้งแต่ปี 1979 ที่ยกระดับจากทีมสหราชอาณาจักรมาเป็นทีมยุโรป ฝั่งยุโรปก็ชนะมากถึง 12 ครั้งและทีมสหรัฐฯชนะไปได้เพียง 8 ครั้ง โดยครั้งนี้ Harrington ก็เลือกเอานักกอล์ฟประสบการณ์สูง 2 คนมาเป็น 2 ใน 3 ของ Captain’s Picks โดย Sergio Garcia จะลงเล่นเป็นครั้งที่ 10 ใน Ryder Cup แถมเขาเป็นคนที่ทำแต้มมากที่สุดในประวิศาสตร์รายการนี้นั่นคือ 25.5 คะแนน ส่วน Ian Poulter เจ้าของฉายา The Postman เพราะเหมือนบุรุษไปรษณีย์ที่ส่งลูกกอล์ฟและทีมถึงจุดหมายปลายทางทุกครั้ง และเป็นเหมือนหน่วยสร้างแรงฮึดให้ทีมยุโรป ก็จะลงเป็นสมัยที่ 7

 

ทีมยุโรปมีนักกอล์ฟหมายเลข 1 ของโลกอย่าง Jon Rahm แต่อันดับโลกคนอื่นๆอาจจะสู้ทีมสหรัฐฯไม่ได้ ดังนั้นต้องพึ่งประสบการณ์ของผู้เล่นทีมนี้ซึ่งรวมกันมากถึง 38 ครั้งใน Ryder Cup ที่ผ่านมาก (ของทีมสหรัฐฯรวมกันได้ 12 ครั้งเท่านั้น) จึงถือว่าเอาประสบการณ์และความสนิทสนมเพราะหลายคนเดินทางด้วยกันบ่อยๆ มาเป็นจุดแข็ง แต่น่าเสียดายที่คู่หู Moliwood ไม่ปรากฎในการแข่งขันครั้งนี้เพราะ Francesco Molinari ไม่ติดทีมยุโรป (ปี 2018 คู่ของ Molinari และ Fleetwood ชนะประเภทคู่ทุกแมทช์ ได้ Perfect Score จึงเป็นที่มาของฉายา Moliwood) 

 

ที่ผ่านมาทีมยุโรปมักจะมีผลงานที่ดีใน Foursome ส่วนทีมสหรัฐฯมักจะมีผลงานดีกว่าใน Single ส่วน Fourball นั้นยังพอคู่คี่สูสี จึงต้องดูว่ากัปตันจะวางแผนให้ใครมาคู่กันแล้วจะออกเป็นคู่ที่เท่าไหร่ เพราะการประกบคู่ใน Ryder Cup ถือว่าคลาสสิคที่สุด โดยกัปตันต้องส่งชื่อในซองปิดผนึก และกรรมการจะเป็นผู้เปิดซองประกาศรายชื่อ ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าคู่ที่วางไว้จะเจอผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามคนไหน หรือคู่ไหน เป็นเสน่ห์อีกแบบของรายการนี้จริงๆ

 

ตามตารางแข่งขันนั้นใน  2 วันแรก ช่วงเช้าจะเป็น Foursome ส่วนช่วงหลังจะเป็น Fourball โดยวันสุดท้ายเป็น Single 12 คู่ และเวลาของการถ่ายทอดสดทางช่อง True Sports HD ช่อง 666 

 

วันที่ 24 กันยายน พิธีเปิด 04:00-05:00

วันที่ 24-25กันยายน Day 1 & Day 2 19:00-06:00

วันที่ 26 กันยายน Day 3 23:00-05:00

พบกันใน Ryder Cup ครั้งที่ 43 นะครับ